“ฮาร์แมน” สุดปลื้มครองถ้วยคลาเร็ต จั๊ก ใช้คำสบประมาทเป็นแรงผลักดัน

 “ฮาร์แมน” สุดปลื้มครองถ้วยคลาเร็ต จั๊ก ใช้คำสบประมาทเป็นแรงผลักดัน

 

28 กรกฎาคม 2566 – ไบรอัน ฮาร์แมน โปรกอล์ฟวัย 36 ปีชาวอเมริกัน ประกาศศักดาคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกในอาชีพจากศึก ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามรอยัล ลิเวอร์พูล กอล์ฟคลับ ประเทศอังกฤษ โดยทำแต้มทิ้งห่างอันดับสองขาดลอย สโตรก ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นพีจีเอทัวร์ รายการที่ 3 ของฮาร์แมน และเป็นนักกอล์ฟถนัดซ้ายคนที่ ที่ชนะรายการระดับเมเจอร์ (ภาพ: Getty Images)



          ตลอดทั้งสัปดาห์ฮาร์แมนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย ก่อนลบคำสบประมาทเข้าป้ายครองถ้วยคลาเร็ต จั๊ก เหนือบรรดาโปรกอล์ฟตัวเต็งมือดังระดับโลกอย่าง จอน ราห์ม, สกอตตี้ เชฟเฟลอร์, รอรี่ แม็คอิลรอย รวมถึงบรู๊ค เคปก้า ซึ่งภายหลังคว้าแชมป์เมเจอร์มาครองได้สำเร็จ ไบรอัน ฮาร์แมน ออกมาแชร์ประสบการณ์ผ่าน Player Blog ระบุมีความเชื่อมั่นตัวเองอยู่เสมอว่าสามารถทำได้ และเสียงดูถูกจากแฟนกีฬากอล์ฟกลายเป็นแรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นจนคว้าแชมป์ในที่สุด

 

ฮาร์แมน เผยว่าผมมีความสุขมาก มันเหมือนฝันเลย เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ได้ครองถ้วยคลาเร็ต จั๊ก และผมคงจะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเลย การแข่งขันในช่วงสามวันสุดท้ายยากมาก  การทำให้ตัวเองนอนหลับได้ในคืนวันเสาร์ถือเป็นเรื่องใหญ่ และการนอนโดยนำอยู่ สโตรก ก็เป็นเรื่องยากจริงๆ ผมจึงรู้สึกยินดีและมีความสุขมากจริงๆ ที่ตัวเองสามารถรับมือกับความกดดัน และทำได้ดีในสองวันสุดท้าย ซึ่งผมออกสตาร์ตได้แย่ แต่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้

           

ในการแข่งขันวันสุดท้าย ผมบอกตัวเองต้องไม่ปล่อยให้ความคิดเรื่องการคว้าแชมป์เข้ามารบกวนสมาธิ พอมันแวบเข้ามาในหัว ผมพยายามคิดถึงเรื่องอื่น บอกตามตรงผมไม่ได้คิดถึงการคว้าแชมป์จนกระทั่งเข้าสู่กรีนหลุมสุดท้ายด้วยคะแนนนำห่าง สโตรก

           

ผมมีความเชื่อมั่นในตัวเองเสมอว่าสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์ได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะมาถึงจุดนี้ อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ย่อท้อต่อเป้าหมายของตัวเอง ตอนนี้ผมอายุ 36 ปี และไม่รู้เหมือนกันว่าจะคว้าแชมป์ได้อีกเมื่อไหร่ ดูเหมือนว่าการแข่งขันระดับนี้โปรกอล์ฟอายุน้อยต่างทำผลงานได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

           

โปรกอล์ฟชาวอเมริกันเผยอีกว่า บางครั้งก็สงสัยเหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาคว้าแชมป์ของตัวเองอีกสักที หลังจากทำได้ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2017 และยากที่จะรับมือกับเรื่องนี้เช่นกัน มีใครบางคนบอกว่าผมทำผลงานจบใน 10 อันดับแรกมากกว่านักกอล์ฟคนอื่นๆ นับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งผมก็มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่จะไปถึงแชมป์ เพียงแต่มันยังไม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ดังนั้นผมจึงรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างมากๆ ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้ในการแข่งขัน ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ครั้งนี้

           

โดยหลังจากเสียโบกี้ครั้งที่สองในการแข่งขันรอบสามที่สามในวันเสาร์ มีแฟนกอล์ฟรายหนึ่งเดินผ่านผม พร้อมกับคำพูดสบประมาทว่า “ฮาร์แมน นายไม่มีทางได้แชมป์หรอก” คำดูถูกดังกล่าวช่วยผมได้มากเลยทีเดียว เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเชื้อไฟให้มุ่งมั่นพิสูจน์ผีมือว่าผมมีดีพอที่จะคว้าแชมป์ได้ ผมบอกกับตัวเองให้เล่นตามแผน และการเล่นช็อตต่อไปต้องเป็นช็อตที่ดีแน่นอน แต่ด้วยสภาพอากาศและสถานการณ์ในสนาม มันต้องมีช็อตที่แย่เกิดขึ้นด้วย ผมตระหนักดีว่าหากผมสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ดี ผมก็มีโอกาสคว้าถ้วยคลาเร็ต จั๊ก มาครอง

 

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รับสิทธิพิเศษในการกลับมาแข่งขันรายการ ดิ โอเพน อีกนาน และเป็นสิ่งที่ผมเฝ้ารอ เพราะเป็นแฟนตัวยงของศึกเมเจอร์รายการนี้ ผมเติบโตที่รัฐจอร์เจีย และเป็นแฟนกีฬากอล์ฟตั้งแต่เด็ก ครอบครัวของผมมักตื่นแต่เช้ามาดูถ่ายทอดการแข่งขันกอล์ฟ ดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ ทางทีวี การเติบโตที่รัฐจอร์เจีย ทุกคนจะพูดถึงรายการเดอะ มาสเตอร์ส แต่เมื่อได้มาแข่งขันใน ดิ โอเพ่น ครั้งแรกในปี 2014 มันน่าทึ่งมาก กองเชียร์ก็สุดยอดและทุกคนเข้าใจกีฬากอล์ฟเป็นอย่างดี ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาเล่นที่นี่และตื่นเต้นที่จะได้กลับมาที่นี่อีกเป็นเวลานาน 

           

ในการแข่งขัน 2-3 ครั้งแรก ผมไม่ผ่านการตัดตัว และทุกครั้งก็พลาดการตัดตัวแค่สโตรกเดียว ซึ่งถือว่าผมเล่นได้โอเค เพียงแต่เกร็งไปหรือรีบร้อนเกินไป จนมาปีที่แล้วผมรู้สึกว่าตัวเองเล่นได้ดีขึ้นในสองวันแรก จึงเชื่อว่ามาถูกทางแล้ว และตื่นเต้นกับการแข่งขันปีนี้ ผมคาดหวังว่าจะทำได้ดีกว่าเดิม ผมคิดว่าการแข่งขันรายการเจเนซิส สกอตติช โอเพ่น ช่วยให้ผมมีความพร้อมมากขึ้น และผมก็ทุ่มเทเต็มที่เพื่อทำผลงานได้ดีใน ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ครั้งนี้

           

ตอนเข้าสู่การแข่งขัน ดิ โอเพ่น สภาพอากาศเป็นเรื่องที่ท้าทายเสมอ ในวันเสาร์คาดว่าอากาศจะแย่ แต่พอลงสนามสภาพอากาศดีทีเดียว จากนั้นในการแข่งขันวันสุดท้าย ผมดูพยากรณ์อากาศ ปรากฎว่าไม่ต่างจากภาพยนตร์เรื่อง อมาเกดอน วันโลกาพินาศ มันแย่และเล่นยากมาก สถิติที่ผ่านมาเมื่อเจอฝนตก ผมไม่เคยเล่นได้ดีเลย ดังนั้นผมจึงรู้สึกภูมิใจที่สามารถตีประคองตัวท่ามกลางสายฝนได้ดีในการแข่งขันครั้งนี้และปิดฉากรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ อันเดอร์พาร์ 70

           

เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ผมพบอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยให้ผมพัตต์ได้ดีขึ้น หลังจากพัตต์ไม่ดีเลยในปีนี้ จนกระทั่งช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าผมพัตต์ได้ดีขึ้นมาก ผมนำอุปกรณ์นี้มาที่สนามรอยัล ลิเวอร์พูล กอล์ฟคลับด้วย

           

ฮาร์แมน ทิ้งท้ายว่าความสำเร็จจากการคว้าชัยชนะในดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ คงไม่ทำให้ชีวิติของผมเปลี่ยนไป ผมอาจได้เวลาทีออฟที่ดีขึ้นและให้สัมภาษณ์มากขึ้น แต่ผมมีครอบครัวที่ยอดเยี่ยม มีงานอดิเรกที่ผมชอบมาก มีชีวิตที่สะดวกสบายและผมก็สนุกกับมัน จึงไม่ต้องการให้เปลี่ยนเลย



 

Mediathailand.Report

ติดต่อทำข่าว งานแถลงข่าว เชิญร่วมงาน , ข่าวประชาสัมพันธ์ , รีวิว โฆษณา ฯลฯ Admin: สื่อมวลชนคนทำข่าว , เพจ Mediathailand.report , Website : www.mediathailand.report , Youtube : MDT Channel ,https://www.tiktok.com/@mediathailand.report ,https://twitter.com/a_jaipiam ได้ที่ Email : pintorichplus@gmail.com

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า